
ส.ว.แห่ลงชื่อขอเปิดอภิปรายรวม 70 คน

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
ส.ว.แห่ลงชื่อขอเปิดอภิปรายรวม 70 คน บีบนายกฯใช้เวทีสภาแก้ปัญหาชาติ ติงใช้กสม.ตัวช่วยเจรจาม็อบ ระวังทำนอกเหนือรธน.กำหนด…
เมื่อเวลา 11.00 น. 19 มี.ค.53 ที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา อาคารสุขประพฤติ ถนนประชาชื่น คณะส.ว.ที่เสนอยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปรัฐบาล โดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 จำนวน 15 คน นำโดยนายวิทยา อินาลา ส.ว.นครพนม นายจิติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ และนางกิรณา สุมาวงศ์ ส.ว.สรรหา ร่วมกันหารือเพื่อกำหนดกรอบและประเด็นการอภิปราย จากนั้นนายวิทยาแถลงว่า ที่ประชุมกำหนดกรอบประเด็นการอภิปรายไว้ 4 หัวข้อได้แก่
1.การเมืองและความขัดแย้ง ได้แก่ ปัญหาความแตกแยกในสังคม รัฐธรรมนูญ ปัญหาอำนาจนอกระบบ และการจัดตั้งรัฐบาล ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายสองมาตรฐาน ความล่าช้า การเลือกปฏิบัติ ปัญหาสื่อสารมวลชน และการสร้างความสมานฉันท์ของสังคม ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ปัญหาปฏิรูปการเมือง
2.การบริหารจัดการที่ดี ได้แก่ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายโดยเฉพาะในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
3.เศรษฐกิจ ได้แก่ ราคาข้าวและสินค้าเกษตรตกต่ำ ฝนแล้ง การท่องเที่ยว มาบตาพุด และความเชื่อมั่นของนักลงทุน
4.สังคม ได้แก่ ยาเสพติด เยาวชน อาชญากรรม
นายวิทยากล่าวว่า ส.ว.เห็นตรงกันว่า ต้องการให้รัฐบาลมาชี้แจงปัญหาทุกอย่างต้องเข้าสู่รัฐสภา สำหรับผู้เปิดอภิปรายได้แก่ นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว.นครศรีธรรมราช ขณะที่ผู้ปิดอภิปรายคือ นายเรืองไกร ขณะนี้บ้านเมืองมีปัญหาต้องช่วยหาทางแก้ไข ไม่ใช่มีปัญหาแล้วหนีปัญหา ส.ว.ต้องการหาทางออกให้ชาติ ไม่ใช่ทำเพื่อสีแดงหรือสีเหลือง หรือพรรคการเมืองใด เราอยากเอาสยามเมืองยิ้มกลับคืนมา ได้ประสานไปยังกลุ่ม 40 ส.ว. ที่จะเสนอญัตติควบคู่อีกญัตติแล้วว่า สามารถมาร่วมลงชื่อยื่นญัตติร่วมกันได้ เพราะทราบว่ายังรวบรวมรายชื่อได้ไม่ครบ 1 ใน 3 ซึ่งกลุ่มตนจะรอดูในวันที่ 22 มี.ค. ที่จะมีการประชุมวุฒิสภา ซึ่งประธานวุฒิสภาคงหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาหารือ
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ต้องมาตอบคำถามของสมาชิก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ซึ่งดูแล้วแนวทางการชุมนุมครั้งนี้ ค่อนข้างดีกว่าครั้งที่ผ่านๆ มา การที่รัฐบาลหาทางสมานฉันท์โดยใช้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน(กสม.) เป็นตัวช่วยนั้น เห็นว่าปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้น เป็นปัญหาของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นเรื่องทางการเมือง รัฐบาลยังมีทางออกตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 และ 179 ขณะที่รัฐธรรมนูญมาตรา 257 ก็ไม่มีช่องทางที่จะให้กสม.ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของฝ่ายรัฐบาลมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมได้ หมิ่นเหม่ว่าจะเป็นการกระทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่จากที่รัฐธรรมนูญกำหนด จึงขอร้องรัฐบาลว่าอย่าประวิงเวลาอีก ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสมไม่น่าเกินสัปดาห์หน้า
นอกจากนี้ นายสิริวัฒน์กล่าวอีกว่า ส.ว.คนใดที่ยังไม่ได้ลงชื่อ สามารถร่วมลงชื่อแสดงความจำนงร่วมอภิปรายได้ เพราะหากไปยื่นญัตติซ้ำอีก อาจขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 161 วรรคสอง ที่กำหนดว่าการเปิดอภิปรายทั่วไปรัฐบาล สามารถทำได้ครั้งเดียวในสมัยประชุมหนึ่ง ซึ่งญัตติที่พวกตนเข้าชื่อร่วมกัน ได้ยื่นถึงมือประธานวุฒิสภาแล้ว การที่ส.ว.อีกกลุ่มจะยื่นซ้ำอีก เกรงว่าจะทำไม่ได้ ยืนยันว่า ส.ว.ต้องการใช้สภาเป็นที่แก้ปัญหา จึงต้องอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่การช่วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ขณะนี้มีส.ว.ร่วมลงชื่อเพิ่มเติมรวมประมาณ 70 คนแล้ว


