สันติบาลเเจ้งยอดผู้ชุมนุมเสื้อแดงเคลื่อนขบวนกว่า6.5 แสนคน รถจยย.หมื่นคัน รถกระบะ 7 พันคัน ระหว่างทางกระทบกระทั่งกันเล็กน้อยไม่มีเหตุรุนแรง โฆษกบช.น.เผยคนโทรชมการทำงานตำรวจบ่นเสื้อแดง

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่  20  มี.ค. พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก บช.น. กล่าวว่า ศปก.นครบาลรายงานสถานการณ์ตั้งแต่เช้ากลุ่มผู้ชุมนุมเดินตามเส้น ทางที่แจ้งไว้ล่าสุดหัวขบวนใหญ่ นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ อยู่ที่ตลาดเก่าเยาวราช ท้ายขบวนอยู่ที่แยกโชคชัย ถนนลาดพร้าว จำนวนคนตลอดขบวนตั้งแต่แยกโชคชัยข้ามไปฝั่งธนบุรี มีมวลชนเติม มาตลอดสองข้างทางทั้งคนเดินก็มีระยะหนึ่งออกไปแล้วชุดใหม่ก็เข้ามาอีก ในส่วนที่มีการตามขบวนตลอดทางก็มีรถจยย. และรถยนต์การประเมินตัวเลขของสันติบาลจำนวนประชาชนไม่น้อยกว่า 65,000 คน รถจยย. ประมาณ 10,000 คัน และรถยนต์ประมาณ 7,000 คัน

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า การดูแลปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเหตุการณ์รุนแรงไม่มี มีการกระทบกระทั่งกันแค่เล็กน้อย คือรถชนกันบริเวณคลองตันแต่ก็ตกลงกันได้ และมีคนบางส่วนออกมาแสดงกริยาไม่ เห็นด้วยแต่ตำรวจก็กันเอาไว้ไม่มีการปะทะกัน ส่วนใหญ่เป็นมวลชนของเสื้อแดง ออกมาสนับสนุนตามเส้นทางโดยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลการเคลื่อนขบวน จำนวน 8,600 นาย รวมกับสน. แบ่งเป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจปจ. 5,000 นาย จราจร 1,000 นาย เจ้าหน้าที่ตำรวจเคลื่อนที่เร็วจราจรสน. และเจ้าหน้าที่สายตรวจอีก 7 บก. จากทั้งหมด 9 บก.ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เกือบทั่วกทม.จากการคาดคะเนมีแนวโน้วที่ท้ายขบวนวน ไม่ครบรอบจะมืดเสียก่อนพอหัวขบวนเข้าถึงจุดหมายแล้ว ท้ายขบวนอาจต้องกลับ โดยคาดว่าจะมีบางส่วนแยกย้ายกลับบ้าน บางส่วนเข้าสบทบที่สะพานผ่านฟ้าฯ

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้บนเวที หลังจากนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ปราศรัยก็จะมีพล.อ.เชาวลิต ยงใจยุทธ ขึ้นบนเวที  อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ทั่วไปผู้ชุมนุมเคารพกติกาอยู่ในกรอบของกฎหมาย ตามทางที่กลุ่มผู้ ชุมนุมผ่าน เจ้าหน้าที่จราจรแก้ไขปัญหาให้กระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด โดยการตัดเส้นทางผู้ชุมนุมเป็นระยะในทุกแยก ตนคิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แก้ไขปัญหาได้เป็นอย่างดี ประชาชนส่วนใหญ่ก็โทรศัพท์หมายเลข 191 มาชมเชยค่อนข้างเยอะ กรณีที่ตำรวจอยู่ดูแลพื้นที่ตลอดเวลามีบางส่วนที่ โทร.1555 เพื่อสอบถามเส้นทางจราจร บางส่วนบ่นบ้างว่าไม่ได้รับความสะดวกก็มีการ ชี้แจงการใช้เส้นทางและหลีกเลี่ยงเส้นทาง ด้านการจราจรก็ส่งผลกระทบก็ไม่อยากให้มีแบบนี้อีก คนจำนวนหนึ่งก็รู้ว่ามีการ เคลื่อนขบวนก็ยกเลิกภาระกิจ