ธีระ สลักเพชร

นายกฯส่งหนังสือเวียนถึงรัฐมนตรีทุกกระทรวง สั่งจับตาซื้อขายตำแหน่ง ขรก.ระดับบิ๊ก ด้าน “ธีระ” รับลูกเต็มสูบ ยาหอม วธ.ดันตั้ง 4 สำนักเพิ่ม…

เมื่อวันที่ 18 มี.ค. นายสุรชัย ภู่ประเสริฐ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงนายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เรื่อง ปัญหาการซื้อขายตำแหน่งและแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม โดยในหนังสือดังกล่าวระบุว่า ด้วยในคราวประชุมเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2553 นายกรัฐมนตรีเสนอว่า ปัญหาการซื้อขายตำแหน่งและแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรมในหน่วยงานต่างๆ ในขณะนี้นั้น เป็นปัญหาสำคัญที่บ่อนทำลายระบบและขวัญกำลังใจของข้าราชการ และจะส่งผลกระทบถึงประสิทธิภาพประสิทธิผลในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล จึงขอให้รัฐมนตรีทุกท่านให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว

ดังนั้น เมื่อมีกรณีร้องเรียนกล่าวหาและมีการกล่าวอ้างพยานหลักฐาน หรือมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือเพียงพอ นายกรัฐมนตรีจะดำเนินการตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อนำไปสู่การพิจารณาลงโทษผู้กระทำผิดทุกราย ยกเว้นกรณีที่องค์กรหรือหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ได้ตั้งคณะกรรมการหรือได้ ดำเนินการสอบสวนอยู่แล้ว ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบ จึงเรียนมาเพื่อทราบ

นายธีระ กล่าวว่า ตนได้รับทราบนโยบายของนายกรัฐมนตรีแล้ว และได้ดูแลข้าราชการของ วธ.เป็นอย่างดี และอาจจะดีเกินไปด้วยซ้ำ เนื่องจากตนเป็นผู้ผลักดันยกตำแหน่งวัฒนธรรมจังหวัดจากระดับ 8 เป็นระดับ 9 พร้อมทั้งมีการมอบรถตู้ใหม่ เพื่อใช้ในราชการด้วย และจัดตั้งวัฒนธรรมอำเภอขึ้นมาอีกหลายแห่ง นอกจากนี้ ตนเห็นด้วย ที่จะให้ วธ. เพิ่มงบประมาณและจัดจ้างพนักงานช่วยเหลือหน่วยงานที่มีข้าราชการประจำอยู่น้อย ส่วนข้าราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็มีขวัญกำลังใจอย่างเต็มที่ หากสามารถที่จะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งภายในให้เหมาะสมโดยไม่ขัดต่อมติ ครม. ก็สั่งการให้ดำเนินการได้ทันที ซึ่งในเรื่องนี้ตนได้มีการปรึกษาหารือกับ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัด วธ.อย่างต่อเนื่อง

“แม้ว่าขณะนี้ จะอยู่ช่วงชะลอการตั้งหน่วยงานหรือขยายหน่วยงานราชการเพิ่มเป็นเวลา 1 ปี แต่ผมได้ผลักดันให้หน่วยงานใน วธ.มีฐานะเป็นสำนักอีก 4 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กองตรวจและประเมินผล และ ก.พ.ร.กระทรวงวัฒนธรรม โดยผมได้นำเรื่องดังกล่าวหารือกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านได้เห็นชอบแล้ว ทั้งนี้ ในส่วนของกองตรวจและประเมินผล และ ก.พ.ร.กระทรวงนั้น สามารถยกเป็นสำนักได้ทันที แต่ในส่วนสำนักพิจารณาภาพยนตร์ฯและศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม จะต้องผ่านความเห็นชอบจากครม. คาดว่า ภายในสัปดาห์หน้าตนจะนำเสนอเรื่องดังกล่าวสู่ ครม.” รมว.วัฒนธรรม กล่าว.